สายคาดกล่องอาหาร ควรมีข้อมูลอะไรบ้าง?
สายคาดกล่องอาหาร เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับบรรจุภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเบเกอรี่ อาหารเดลิเวอรี่ หรือร้านขนมโฮมเมด นอกจากช่วยให้สินค้าโดดเด่น ดูมีระดับแล้ว ยังเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สามารถใส่ข้อมูลสำคัญ เช่น โปรโมชั่น ข้อมูลสินค้า หรือ QR Code เพื่อสร้างสายสัมพันธ์กับลูกค้าได้ง่ายขึ้น
แล้วสายคาดกล่องอาหารควรมีข้อมูลอะไรบ้าง? บทความนี้มีคำตอบ!
ข้อมูลที่ควรใส่บนสายคาดกล่องอาหาร
1. โลโก้และชื่อแบรนด์
เป็นตัวช่วยสำคัญในการสร้างการจดจำ และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับสินค้า หากไม่มีโลโก้บนสายคาดกล่อง ลูกค้าอาจไม่มีทางรู้ได้เลยว่า สินค้าของคุณมาจากไหน ทำให้แบรนด์คุณเสียโอกาสในการขายและ เสียโอกาสในการสร้างฐานลูกค้าใหม่ โดยจุดที่คุณควรเน้นเป็นจุดหลัก คือ การใช้โลโก้ที่คมชัด พร้อมกับการใช้สีสันที่เข้ากับโทนของกล่อง และวางในตำแหน่งที่เห็นให้เด่นชัด เช่น กลางสายคาด หรือมุมที่เด่น ใช้ฟอนต์ที่อ่านง่าย ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป
2. ชื่อสินค้า
ลูกค้าจะไม่มีทางรู้ได้ในทันทีว่าสินค้าที่อยู่ภายในกล่องบรรจุภัณฑ์ คืออะไร ถ้าต้องการทำให้ลูกค้าทราบเกี่ยวกับตัวสินค้าภายในกล่อง กรณีที่แบรนด์ของคุณมีหลายเมนู เช่น เค้ก คุกกี้ หรืออาหารกล่อง ควรระบุชื่อเมนูให้เข้าใจง่าย และ ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้โดยไม่ลังเล เช่น
- “Chocolate Lava Cake” หรือ “เค้กช็อกโกแลตลาวา”
- “ข้าวไก่ย่างซอสเทอริยากิ” หรือ “Teriyaki Chicken Rice Box”
3. รายละเอียดสินค้า
นอกจาก ชื่อสินค้าแล้ว รายละเอียดของสินค้า ย่อมมีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะรายละเอียดต่าง ๆ จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจ ดึงดูดและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น ส่วนผสม ข้อมูลโภชนาการ หรือวิธีเก็บรักษา เป็นต้น
ถ้าอยากทราบว่า รายละเอียดบน สายคาดกล่อง ต้องมีอะไรบ้าง อ่านต่อเพิ่มเติมที่นี่
ติดต่อ Euro Printing
Facebook: Euro printing
Instagram: Euro.printing
Line: @Europrinting
Call: 065-359-3959